ความร่วมมืออาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือของอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม

Share

    

   ข้อมูลและสถิติของอาเซียน
  พื้นที่ : 4.46 ล้านตารางกิโลเมตร (3% ของพื้นที่โลก)

  พื้นที่ป่าไม้ 

 

 

:

 

 

พ.ศ. 2543 : 2,089,742 ตารางกิโลเมตร

พ.ศ. 2550 : 1,904,593 ตารางกิโลเมตร

พ.ศ. 2554 : 2,122,471 ตารางกิโลเมตร **

  พื้นที่ชายฝั่งทะเล : 173,000  กิโลเมตร
  พื้นที่พรุ : 25 ล้านเฮคตาร์ หรือ 60% ของพื้นที่พรุเขตร้อนของโลก
  ประชากร  (ปี พ.ศ. 2555) : 604,803,100 คน

  ประมาณการณ์จำนวนประชากรอาเซียน

  ในปี พ.ศ. 2563

:

 

650 ล้านคน

 

  ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัว

  ของอาเซียน  (ปี พ.ศ. 2551)

:

 

465 – 37,597 ดอลล่าร์สหรัฐ

 

  นโยบายด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา

  ที่ยั่งยืน

 

 

:

 

 

 

- วิสัยทัศน์อาเซียน ปี พ.ศ. 2563 ( 15 ธันวาคม พ.ศ. 2540)

- ปฎิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน (7ตุลาคม พ.ศ. 2546)

- กฏบัตรอาเซียน (15 ธันวาคม พ.ศ. 2551)

- แผนงานประชาคมอาเซียน (1 มีนาคม พ.ศ. 2552)

 

     อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ซึ่งสนับสนุนความยั่งยืนของระบบนิเวศน์ทั้งภายในภูมิภาคและโลก นอกจากเป็นแหล่งน้ำ อาหารและพลังงานแล้ว ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ยังมีบทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของมนุษย์

     อาเซียนมีระบบนิเวศวิทยาที่มีลักษณะเฉพาะโดดเด่นและหลากหลาย เช่น ลุ่มน้ำแม่โขง อ่าวฮาลองและทะเลสาบโทบา แลยังมีชายฝั่งทะเลที่ทอดตัวยาวประมาณ 173,000 กิโลเมตร  ล้อมรอบไปด้วยทะเลและอ่าวที่สำคัญ เช่น ทะเลจีนใต้ ทะเลอันอันดามัน และอ่าวไทย

     ด้วยทำเลที่เหมาะสมของอาเซียนซึ่งอยู่เขตร้อน จึงมีทรัพยากรน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2550  อาเซียนมีทรัพยากรน้ำที่เหมาะแก่การอุปโภค บริโภค 5,675 พันล้านคิวบิกเมตร บรูไน ลาวและมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีน้ำสะอาดเฉลี่ยต่อหัวประชากรสูงสุดในภูมิภาค 

     ในขณะเดียวกันอาเซียนมีพื้นดินถึง 3% ของพื้นที่โลก จึงมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยมรดกทางชีวภาพ มีประเทศที่มีความร่ำรวยด้วยทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพถึง 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพรวมกันประมาณ 80% ของทั้งโลก อาเซียนมีพื้นที่ป่าไม้ครอบคลุมถึง 45% หากเปรียบเทียบกับพื้นที่ป่าไม้เฉลี่ยของโลกซึ่งมีอยู่ประมาณ 30.3% รวมทั้งป่าไม้ของอาเซียนเป็นที่อยู่อาศัยของสายพันธุ์ต่างๆ มากกว่า 40% ของสิ่งมีชีวิตในโลกนี้

     ด้านประชากร ในปี พ.ศ. 2551 อาเซียนมีจำนวนประชากรประมาณ 580 ล้านคน  ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 130 คนต่อตารางกิโลเมตร นับเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหานคร เช่น กรุงจาการ์ตาและมนิลา มีประชากรหนาแน่นมากถึง 10,000 คนต่อตารางกิโลเมตร อันเป็นผลมาจากการอพยพของคนในชนบทสู่เมืองเพิ่มมากขึ้นและการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ปี พ.ศ. 2548 ประชากรจำนวน  44% ของอาเซียนอาศัยในเขตเมืองและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 55% ในปี พ.ศ. 2563

     การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร  การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว  ผนวกกับความไม่เท่าเทียมทางสังคมที่เกิดขึ้นมากขึ้นทุกทีในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน  องค์ประกอบเหล่านี้จะเพิ่มความกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติทั้งในระดับภูมิภาคและนำไปสู่ประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน  เช่น มลพิษทางอากาศ น้ำและดิน ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง หมอกควันพิษข้ามพรมแดน และการหมดสิ้นไปของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งความหลากหลายทางชีวภาพ  นอกจากนี้การบริโภคที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดขยะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อันเป็นผลจากการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน  ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ แต่อาเซียนกำลังเผชิญกับความท้าทายอันยิ่งใหญ่ในการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

 

     

     ด้วยยอมรับในความสำคัญของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการบูรณาการในภูมิภาค นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 เป็นต้นมา อาเซียนร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในหมู่ประเทศสมาชิก ปัจจุบันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียนให้ความสำคัญกับ 10 ประเด็นที่สำคัญในภูมิภาคดังจะเห็นได้จาก พิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ปี 2552 - 2558 ดังต่อไปนี้

 

 

 

D. ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

 

     อาเซียนจะมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เขียวและสะอาดโดยการปกป้องทรัพยากรทางธรรมชาติเพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการจัดการบริหารอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ดิน น้ำ แร่ธาตุ พลังงาน ความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าไม้ ทรัพยากรชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเล รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพน้ำและอากาศสำหรับภูมิภาคอาเซียน อาเซียนจะมีส่วนร่วมในความพยายามของโลก ในการจัดการแก้ปัญหาสิ่งท้าทายสิ่งแวดล้อมโลก รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและคุ้มครองชั้นโอโซน เช่นเดียวกับการพัฒนาและการปรับใช้เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการพัฒนาและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

 

D1.   การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก

D2.   การจัดการและการป้องกันปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมข้ามแดน

        D2.1. มลพิษหมอกควันข้ามแดน

        D2.2. มลพิษจากของเสียที่มีพิษข้ามแดน

D3.   ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน

D4.   ส่งเสริมเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม (EST)

D5.   ส่งเสริมคุณภาพมาตรฐานการดำรงชีวิตในเมืองต่างๆ ของอาเซียนและเขตเมือง

D6.   การทำการประสานกันเรื่องนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและฐานข้อมูล

D7.   ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

D8.   ส่งเสริมการจัดการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

D9.   ส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำจืด

D10.  การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการจัดการต่อผลกระทบ

D11.  ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน (SFM)

 

 

 

 

        ประเทศที่เป็นผู้นำในประเด็นสำคัญของความร่วมมืออาเซียน ในปี 2553 - 2558 ดังต่อไปนี้

  ประเด็นสำคัญ

ผู้นำกลุ่ม

ปี 2553-2558

 ตัวย่อ
 D1.  ปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก  เวียดนาม AWGMEA
 D2.  มลพิษทางสิ่งแวดล้อมข้ามแดน

ดำเนินการร่วมกันภายใต้

AATHP    

 

 D2.1. มลพิษหมอกควันข้ามแดน

 

 D2.2. มลพิษจากของเสียที่มีพิษข้ามแดน

 D3.  การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน  บรูไน AWGEE
 D4.  เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (EST) มาเลเซีย -
 D5.  การดูแลและการจัดการสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง  อินโดนีเซีย

 AWGESC

 D6.  นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและฐานข้อมูล ASEC  -
 D7.  สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ฟิลิปปินส์ AWGCME
 D8.  การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ  พม่า  AWGNCB
 D9.  การจัดการทรัพยากรน้ำจืด  สิงคโปร์  AWGWRM
 D10.  การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ  ไทย  AWGCC

 

     ประเด็นสิ่งแวดล้อมมีความเป็นสหวิทยาการและข้ามภาคส่วน สิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อทั้งระดับภูมิภาคและโลก ความพยายามร่วมกันในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอาเซียน สถาบันในภูมิภาคอื่นและสถาบันนานาชาติ เมื่อพิจารณาดูแล้วประเด็นสิ่งแวดล้อมมีความสอดประสานกับแผนการพัฒนาของภาคส่วนอื่นๆ อันจะทำให้มั่นใจได้ว่าเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนจะประสบผลสำเร็จ

 

 


ที่มา :