Error
  • JLIB_CACHE_ERROR_CACHE_STORAGE_LOAD
  • JLIB_CACHE_ERROR_CACHE_STORAGE_LOAD
  • JLIB_CACHE_ERROR_CACHE_STORAGE_LOAD
  • Unable to load Cache Storage: file
  • Unable to load Cache Storage: file
  • Unable to load Cache Storage: file
Share

 

น้ำบาดาล-สิทธิมนุษยชน เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ดร.อริสรา เพียรมนกุล[1]

ทรัพยากรน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญกับสิ่งมีชีวิต ทั้งแง่การดำรงชีวิตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของทุกสังคม แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัญหาด้านน้ำยังสามารถประสบพบเห็นได้ทั่วโลก ทั้งในเรื่องการขาดแคลนน้ำ อุทกภัย หรือคุณภาพน้ำที่แย่ลง จากข้อมูลของโครงการความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลกและองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ  (WHO/UNICEF Joint Monitoring Programme: JMP) พบว่า ประชากร 884 ล้านคนทั่วโลกไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยได้  ในขณะที่ 2.6 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ องค์การสหประชาชาติ (2552) ได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2593 หนึ่งในสี่ของประชากรทั่วโลกจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ (Water Stressed Areas) ตัวเลขที่น่าตกใจเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า แม้ว่ามนุษย์จะมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีไปมากเท่าไร ปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นปัญหาที่รอคอยการแก้ไขต่อไป ซึ่งสาเหตุของปัญหาดังกล่าว ส่วนใหญ่แล้ว เกิดจากปัจจัยการกระทำของมนุษย์เอง ทั้งการก่อมลพิษในแหล่งน้ำ รูปแบบการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การขยายตัวของเขตเมืองและอุตสาหกรรม เป็นต้น

การขาดแคลนน้ำ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ สามารถก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือกลุ่มคนภายในประเทศได้ จากประวัติศาสตร์พบว่าสงครามหรือปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในบางครั้งสามารถเชื่อมโยงไปถึงความขัดแย้งในเรื่องทรัพยากรน้ำ เช่น กรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดา หรือ ความรุนแรงที่เมืองดาร์ฟู (Darfur) ประเทศซูดาน เป็นต้น นอกจากนี้ การขาดแคลนน้ำยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่นำไปสู่ปัญหาการก่อการร้าย (Terrorism) ได้ ดังที่ Mona El Kody ประธานหน่วยงานวิจัยด้านน้ำแห่งชาติของประเทศอียิปต์ กล่าวเตือนในการประชุมน้ำโลก ครั้งที่ 3 (Third World Water Forum) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  ในปี พ.ศ. 2548 ว่าการขาดแคลนน้ำ สามารถนำไปสู่การลดลงของผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความยากจนตามมาและก่อให้เกิดความรู้สึกที่ทำให้เกิดการก่อการร้ายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในแถบตะวันออกกลางที่มีส่วนแบ่งทรัพยากรน้ำประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำทั้งโลก ในขณะที่มีประชากรเทียบเท่ากับ 5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคต หากความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ย่อมเกิดความตึงเครียดในการแย่งชิงทรัพยากรน้ำในบริเวณนี้ และนำไปสู่ข้อพิพาททั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศได้    

ในปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ภายใต้กรอบกติการะหว่างประเทศหลายมิติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการพัฒนาประเทศและการเข้าถึงน้ำ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ ที่สำคัญ ประเด็นด้านน้ำได้ถูกนำมาเกี่ยวพันกับปัญหาสิทธิมนุษยชน (Human Right) ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) ได้มีมติ (Resolution) 64/292 ยอมรับสิทธิมนุษยชนในการเข้าถึงน้ำและสุขอนามัย รวมทั้งยอมรับว่าน้ำดื่มที่สะอาดและสุขอนามัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของสิทธิมนุษยชน ดังนั้น ภายใต้มติดังกล่าว ได้เรียกร้องให้รัฐและหน่วยงานระหว่างประเทศดำเนินการสนับสนุนทางการเงิน (Financial Resources) เสริมสร้างศักยภาพ (Capacity-Building) และถ่ายทอดทางเทคโนโลยี (Technology Transfer) ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้ประชาชนในประเทศเหล่านี้สามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและสุขอนามัย ที่ปลอดภัย และในราคาที่ยุติธรรมสามารถจ่ายได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมาธิการสิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (Committee on Economic, Social and Cultural Rights) ในเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2545 ที่ได้นำข้อเสนอแนะที่ 15 ในส่วนของสิทธิด้านน้ำ มาตรา I.1 ไปประยุกต์ใช้ โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า “สิทธิมนุษยชนในการเข้าถึงน้ำไม่สามารถแยกออกได้ได้จากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

ทั้งนี้ เมื่อขยายความถึงรายละเอียดของสิทธิในน้ำดื่มที่ปลอดภัยและสุขอนามัย สามารถอธิบายได้ ดังนี้

  • เพียงพอ (Sufficient) หมายถึง ปริมาณน้ำ (Water Supply) ของแต่ละคนที่ได้รับต้องเพียงพอและต่อเนื่องสำหรับการใช้เพื่ออุปโภคบริโภค จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้ประมาณการว่า ในแต่ละวันแต่ละคนควรได้รับน้ำเพื่อใช้นความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ประมาณ 50-100 ลิตร
  • ปลอดภัย (Safe) หมายถึง น้ำที่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคต้องมีความปลอดภัยจากสารปนเปื้อนต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยคุณภาพน้ำดื่มต้องสอดคล้องกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลก
  • ยอมรับได้ (Acceptable) หมายถึง สี กลิ่น และรสชาติของน้ำต้องเป็นที่รับได้และเหมาะสมกับการอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านน้ำควรที่จะเหมาะสมกับแต่ละบริบทของวัฒนธรรม รวมทั้งสอดคล้องกับประเด็นเรื่องเพศ (Gender) วงจรชีวิต (Lifecycle) และความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคล (Privacy)      
  • สามารถเข้าถึงได้ทางกายภาพ (Physically Accessible) หมายถึง สิทธิของทุกคนที่จะเข้าถึงการบริการด้านน้ำและสุขอนามัย ซึ่งตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก การบริการเหล่านี้ต้องไม่ห่างไกลจากบ้านพักอาศัย สถาบันการศึกษา สถานที่ทำงาน หรือสถานบริการด้านสุขภาพ ไม่เกิน 1,000 เมตร และสามารถเดินทางเข้าถึงได้ในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที
  • ราคาเป็นธรรมและสามารถจ่ายได้ (Affordable) หมายถึงการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับน้ำและสุขอนามัยต้องมีราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม ประชาชนสามารถจ่ายได้ ทั้งนี้ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) ได้เสนอว่า ค่าน้ำของแต่ละบ้านที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 3 เปอร์เซ็นต์ของรายได้แต่ละครอบครัว
นอกจากนี้ ประเด็นสิทธิมนุษยชนด้านน้ำสอดคล้องเป็นอย่างดีกับเป้าหมายสหัสวรรษ (Millennium Development Goal)  ข้อที่ 7 ด้านส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ที่ส่งเสริมให้แต่ละประเทศลดสัดส่วนของประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและสุขอนามัยขั้นพื้นฐานให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2558 จากรายงานเป้าหมายสหัสวรรษของประเทศไทย ปี 2552 พบว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการส่งเสริมการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและสุขอนามัยได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยในปี 2548 เกือบร้อยละ 90 ของประชากรสามารถเข้าถึงน้ำดื่มได้ นอกจากนี้ ในระหว่างวันที่ 30 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2556 นาง Catarina de Albuquerque ผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิในน้ำดื่มที่ปลอดภัยและสุขอนามัยของสหประชาชาติ (Special Rapporteur on the human right to safe drinking water and sanitation) ได้เดินทางมาเยือนและตรวจเยี่ยมการดำเนินการของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในน้ำดื่มที่ปลอดภัยและสุขอนามัย โดยทางกรมทรัพยากร       น้ำบาดาล ได้มีโอกาสพาเยี่ยมชมโครงการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนระบบน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบของการสนับสนุนสิทธิในน้ำดื่มที่ปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่กลุ่มที่มีความอ่อนไหว (Vulnerable Group) ซึ่งได้แก่ เด็กและเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ซึ่งในปัจจุบัน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินโครงการดังกล่าว มาตั้งแต่ปี 2551 โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 2,500 โรงเรียน จะเห็นได้ว่าการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนด้านน้ำตามแนวทางของสหประชาชาติได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี แม้ว่าประเทศไทยจะมีการดำเนินการที่ดีในหลายด้านในการส่งเสริมสิทธิในน้ำดื่มที่ปลอดภัยและสุขอนามัย ประเทศไทยยังประสบกับความท้าทายในด้านการปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มและด้านสุขอนามัย ทั้งในพื้นที่ชนบทและในเมืองให้มีความทั่วถึงและเท่าเทียมกัน รวมถึงการสนับสนุนสิทธิดังกล่าวให้แรงงานต่างชาติและชาวเขาที่อยู่ห่างไกลได้รับสิทธิเช่นเดียวกับคนไทยในประเด็นนี้ เพื่อสอดคล้องกับประเด็นเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีที่จะเกิดขึ้นหลังจากการบูรณาการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี พ.ศ. 2558

 

เอกสารอ้างอิง

Resolution A/RES/64/292. United Nations General Assembly, July 2010

General Comment No. 15. The right to water. UN Committee on Economic, Social and Cultural Rights, November 2002

United Nations Department of Economic and Social Affairs. 2014. The Human Right to Water and Sanitation. Available from http://www.un.org/waterforlifedecade/human_right_to_water.shtml.

UN News Center. 2013. UN expert calls on Thailand to eliminate disparities on access to water and sanitation. Available from http://www.un.org/apps/news/story.asp?NewsID=44099#.VVBXso6qqko



1นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารองค์กรและพัฒนาบุคลากรด้านต่างประเทศ สำนักบริหารกลาง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด ข้อผิดพลาดใดๆ เป็นของผู้เขียนเอง            

27 พ.ค. 58

 

 

FaLang translation system by Faboba'; $findme = 'FaLang translation system by Faboba'; $pos = strpos($mystring, $findme); if ($pos === false) { echo "The string '$findme' was not found in the string '$mystring'"; } else { echo "The string '$findme' was found in the string '$mystring'"; echo " and exists at position $pos"; }*/ ?>